คนจริงใน NEWS

รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดคือรัฐธรรมนูญปี2540 เพราะเป็นสมบัติของประชาชนและเงินภาษีของประชาชน

ต้นทุน "รัฐธรรมนูญ" ไม่คุ้มค่า "ประชาธิปไตย" ?

"ร่างรัฐธรรมนูญ-เลือกตั้ง-ทุจริตคอร์รัปชั่น-รัฐประหาร-ฉีกรัฐธรรมนูญ" วงจรอุบาทว์ขัดขวางพัฒนาการประชาธิปไตยของไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตั้งแต่ พ.ศ.2475

ประเทศชาติและประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มชนชั้นนำบางกลุ่มเพื่อให้ได้มาซึ่ง "อำนาจ" ผ่านวาทกรรม "ประชาธิปไตย" ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญอยู่บ่อยครั้ง
ทั้งนี้ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน "ประเทศไทย" มีรัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้วทั้งสิ้น 18 ฉบับ หรือเฉลี่ยทุกๆ 4 ปี ตลอด 76 ปีที่มีประชาธิปไตยจะต้องร่างรัฐธรรมนูญอยู่เสมอ
แม้ว่า "รัฐธรรมนูญ 2550" ที่บังคับใช้มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 จะมีรากเหง้ามาจากการรัฐประหาร แต่กลับได้รับความชอบธรรมด้วยการออกเสียงประชามติครั้งแรก ซึ่งได้รับความเห็นชอบของประชาชนเสียงใหญ่ 14 ล้านเสียง ชนะขาดผู้ที่ไม่เห็นชอบที่มีจำนวน 10 ล้านเสียง
แต่บรรดานักการเมืองกลับเห็นว่า "รัฐธรรมนูญ 2550" เป็นต้นเหตุทำให้เกิดวิกฤตความขัดแย้งของชนในชาติที่เร่งเร้า "มวลชน" ให้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจรัฐ
อีกทั้ง รัฐบาล "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ถูกเรียกร้องจากฝากฝั่งนักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาล ให้ปลดล็อคความขัดแย้งที่มาจากการเมืองด้วยการใช้การเมืองเข้าแก้ เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่บกพร่อง
จนหวั่นว่าจะเกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้มีการยกร่าง "รัฐธรรมนูญ" ฉบับใหม่แทนฉบับปัจจุบันที่เพิ่งบังคับใช้มาได้เพียง 1 ปีกว่า
ขณะที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยก็เห็นว่า "รัฐธรรมนูญ" ไม่ใช่ตัวการที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง แต่เป็นเพราะ "นักการเมือง" เองที่เล่นนอกกติกาจนทำให้เกิดปัญหา
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะร่างรัฐธรรมนูญกี่ฉบับต่อให้มีรัฐธรรมนูญ "มาก" หรือ "น้อย" เพียงไร "ประชาธิปไตย" ของไทยกลับไม่ได้พัฒนาเทียบเท่านานาประเทศ ซึ่งอาจเป็นการสูญเสียงบประมาณแผ่นดินที่มาจากเงินภาษีของประชาชนโดยใช่เหตุ!
โดยเฉพาะ "รัฐธรรมนูญ" พ.ศ.2550 ที่ผ่านการคลอดของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ชุดสอง ปี 2550 จำนวน 100 คน และมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 35 คน เพื่อใช้ระยะเวลา 180 วันของการจัดทำในช่วงที่มีการรัฐประหาร
ซึ่ง "รัฐธรรมนูญ" ปัจจุบันมีต้นทุนสูงมิใช่น้อยกว่าจะออกมาเป็นบทบัญญัติ 309 มาตรา แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้คนในชาติเกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงไม่เคยเป็นมาก่อน แทนที่กฎหมายสูงสุดจะสร้างความสมานฉันท์ให้บ้านเมืองได้อยู่อย่างสงบสุข
ทั้งนี้ ต้นทุนการจัดทำรัฐธรรมนูญ ปี 2550 พบว่ามีค่าใช้จ่ายในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในชั้น กมธ.ต่างๆ ตั้งงบประมาณไว้ทั้งสิ้น 269,903,282 บาท แต่มีการใช้จ่ายจำนวน 114,715,476.72 บาท โดย กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เป็นประธาน ใช้จ่ายมากที่สุดจำนวน 61,970,942 บาท
กมธ.วิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำ 76 จังหวัด ใช้งบประมาณในการลงพื้นที่เปิดเวทีฟังความเห็นประชาชน จังหวัดละ 1.5 ล้านบาท 76 จังหวัด รวมเป็นเงิน 114 ล้านบาท
ส่วนการออกเสียงประชามติในการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ใช้งบประมาณจำนวน 2 พันล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนประจำตำแหน่งของ ส.ส.ร. 100 คน คนละ 1.4 แสนบาท หรือรวมทั้งสิ้นเดือนละ 14 ล้านบาท โดย ส.ส.ร.ชุดสองได้ทำหน้าที่ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนสิงหาคมจนรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ซึ่งต้องใช้จ่ายเงินประจำตำแหน่งรวมทั้งสิ้น 112 ล้านบาท
สรุปแล้ว ต้นทุนการได้มาของรัฐธรรมนูญ 2550 ต้องเสียงบประมาณคร่าวๆ เป็นเงินจำนวน 2 พันกว่าล้านบาท
สำหรับ ส.ส.ร.ปี 2539 ชุดแรก ที่มีนายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นประธาน ส.ส.ร. ได้ร่างรัฐธรรมนูญ 2540 จนได้รัฐธรรมนูญเป็นที่ยอมรับจากประชาชนหลังเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง
โดยรัฐธรรมนูญ 2540 จัดทำแล้วเสร็จภายใน 240 วัน ผ่านความเห็นชอบด้วยเสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภาจนมีผลให้บังคับใช้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2540 ซึ่งใช้งบประมาณจัดทำรัฐธรรมนูญขณะนั้นเพียง 17 ล้านบาท โดยมีการตั้ง กมธ.เพียง 5 ชุดเท่านั้น ซึ่งมี กมธ.น้อยกว่าชุด ส.ส.ร.ปี 2550 แต่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกลับมีอายุการใช้งาน 9 ปีก็ถูกฉีกด้วยน้ำมือ "คณะรัฐประหาร" เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เช่นเคย

หากเทียบต้นทุนในการจัดทำรัฐธรรมนูญปี 2550 กับปี 2540 ถือว่าใช้งบประมาณที่ต่างกันลิบลับ โดยค่าใช้จ่ายที่ต้องลงทุนในแต่ละมาตราของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่มี 309 มาตรา ซึ่งต้องใช้เงินเฉลี่ยมาตราละ 6.4 ล้านบาท ส่วนรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งมี 336 มาตรา พบว่าตกเฉลี่ยมาตราละ 5 หมื่นบาท
ดังนั้น ไม่ว่าต้นทุนในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญจะใช้งบประมาณ "มาก" หรือ "น้อย" เพียงใด หากไม่สามารถสกัดวงจรอุบาทว์ที่ขัดขวางพัฒนาการประชาธิปไตย และไม่สามารถปลูกจิตสำนึกความเป็นประชาธิปไตยให้เกิดในหมู่ประชาชนแล้ว ประชาชนคนไทยคงต้องสูญโอกาสเสียเวลา กับ "ประชาธิปไตยสำเร็จรูป" ที่เป็นเพียงแค่ลายลักษณ์อักษรบนกระดาษเท่านั้น
ซ้ำยังต้องย่ำอยู่กับที่ด้วยการร่าง "รัฐธรรมนูญ" วนเวียนไม่รู้จบด้วยต้นทุนที่สิ้นเปลืองอีกเช่นเคย !

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

CBOX 2

กรุณาหลีกเลี่ยงการโพสข้อความพาดพิงทุกกรณีถึงสถาบันกษัตริย์ เพื่อความปลอดภัยแก่่่ตัวท่านเอง
Get your own Chat Box! Go Large!

ประชาสัมพันธ์

images by free.in.th